ภูมิแพ้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่า ภูมิแพ้ ที่ดูเหมือนจะเป็นโรคที่เบาบาง ไม่น่าจะอันตรายถึงชีวิต และไม่ค่อยน่าให้ความสำคัญเท่าไหร่ นั้นจะเป็นโรคที่น่ารำคาญและสร้างความสูญเสียให้กับผู้คนทั่วโลกได้มากไม่แพ้โรคอื่น ๆ เลย

ทุกวันนี้มีคนไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่า 10 ล้านคน!

แถมสามารถเกิดขึ้นในเด็กได้อีกด้วย จากสถิติโลกพบว่าเด็กที่เกิดมาเพียง 4 ชั่วโมงก็เสี่ยงต่อการเป็น ภูมิแพ้ แล้ว และในปัจจุบันเองก็มีผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ซึ่งปัญหาทั้งหมดทั้งมวลของภูมิแพ้นั้นเกิดจากอะไร เราจะต้องทำยังไงถึงจะป้องกันมันได้ เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปดูกัน

ภูมิแพ้ คืออะไร

โรคภูมิแพ้คืออะไร

อันดับแรกต้องไปทำความรู้จักกับเจ้าโรคนี้ก่อน โดย โรคภูมิแพ้ ก็คือ โรคที่ร่างกายของเราเกิดปฏิกิริยากับสิ่งที่ผิดปกติซึ่งมันจะไปกระตุ้นสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายเราให้แสดงความผิดปกติออกมา

ซึ่งสิ่งผิดปกติส่วนมากจะเกิดขึ้นให้เห็นได้เด่นชัด ทั้งจากผิวหนัง เปลือกตา หรืออาการจาม ไอ โดยสารก่อภูมิแพ้จะมี 2 แบบคือ

1. สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ

ฝุ่น แมลงสาบ ขนแมว ขนหมา เกสรดอกไม้ หรือ เชื้อรา

2. สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร

นมวัว นมถั่วเหลือง ไข่ อาหารทะเล หรือ แป้งสาลี

โรคภูมิแพ้ เกิดจากอะไร

สาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดโรคภูมิแพ้นั้นแบ่งได้ 2 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ

1. กรรมพันธุ์

ถ้าคนในครอบครัวของเราเป็นโรคภูมิแพ้ 2 ใน 4 คน แสดงว่าประชากรรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงขึ้น หรือถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ด้วยกันทั้งคู่ ลูกก็มีโอกาสเสี่ยงสูงเลยล่ะครับ ประมาณ 50-70% ได้เลย

ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่เยอะมาก และถึงแม้พ่อแม่จะไม่เป็นโรคภูมิแพ้เลยก็ตาม แต่ลูกที่เกิดมาก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ได้ถึง 10% อยู่ดี ซึ่งเด็กผู้ชายจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิงอีกด้วย

2. สิ่งแวดล้อม

นอกจากปัจจัยภายในอย่างกรรมพันธุ์แล้ว ปัจจัยภายนอกอย่างเช่นสิ่งแวดล้อมเองก็สำคัญไม่แพ้กันครับ เป็นตัวการอย่างดีที่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากการสูดดม ทั้งการทานอาหาร หรือการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งหลายคนทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการทำงานเองก็ต้องสัมผัสกับฝุ่น ควัน มลพิษ รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ก็เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้นเลย

โดยเฉพาะใครที่ชอบทานอาหารทะเลนี่ขอเตือนเลยว่าเป็นตัวก่อโรคภูมิแพ้ชั้นดีเลยล่ะครับ เป็นอาหารที่มีคนแพ้มากที่สุดแล้ว และเห็นผลได้ชัดเจนมาก ใครแพ้อาหารทะเลจะเกิดผื่นลมพิษขึ้น หรือร้ายแรงหน่อยอาจถึงขั้นหายใจไม่ออกเลย

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกเยอะแยะมากมายที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ไม่ว่าจะเป็น อากาศที่หนาวเย็นเกินไป หรืออากาศที่เปลี่ยนเร็ว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว รวมถึงความเครียดที่สะสมก็จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอจนภูมิคุ้มกันต่ำและเกิดโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย

ภูมิแพ้ที่พบบ่อย ๆ มีอะไรบ้าง

โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย

สำหรับโรคภูมิแพ้ที่เราพบกันได้บ่อย ๆ ในทุกวันนี้จะมีด้วยกัน 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งอาการของคนที่ป่วยโรคภูมิแพ้นี้จะเกิดขึ้นแล้วแต่จุดที่เราเป็นเลยครับ เกิดทางผิวหนังก็อาการนึง เกิดทางจมูกก็อาการนึง ซึ่งจะสังเกตได้ง่าย ๆ ตามนี้เลย

1. โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

ส่งผลให้เกิดการไอ จาม แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด หรือหายใจเร็ว โดยเฉพาะเวลากลางคืน ทำให้เกิดโรคเยื่อบุจมูกอักเสบภูมิแพ้หรือโรคแพ้อากาศ ผู้ป่วยจะมีอาการน้ำมูกเรื้อรัง ร่วมกับอาการจาม คันหรือคัดจมูก

2. โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง

ส่งผลให้เกิดการคัน ผดผื่นขึ้นตามตัว ผิวแห้งแดง บางครั้งผื่นอาจเป็นปื้น นูนแดง และคันมาก ผู้ป่วยจะมีอาการผื่นคันเรื้อรัง บริเวณใบหน้า ข้อพับแขนขา หรือลำตัว เป็นต้น

3. โรคภูมิแพ้ทางตา

ส่งผลให้เกิดการคันตา เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตา หนังตาบวม ทำให้เกิดโรคเยื่อบุตาขาวอักเสบภูมิแพ้ ผู้ป่วยจะมีอาการคัน หรือเคืองตาเรื้อรัง แสบตา หรือน้ำตาไหลบ่อย ๆ

4. โรคภูมิแพ้อาหารและยา

ส่งผลให้เกิดการอาเจียน คลื่นไส้ ท้องเสีย ปากบวม ปวดท้อง ท้องอืด อาจมีอาการที่ระบบทางเดินหายใจ อาเจียน น้ำหนักตัวลด ร่วมกับอาการผื่นเรื้อรังและภาวะซีด

หลักการวินิจฉัยว่าเราเป็นโรคภูมิแพ้หรือไม่

เป็นภูมิแพ้ดูยังไง

สำหรับใครที่กังวลว่าตัวเองมีลักษณะเหมือนคนเป็นโรคภูมิแพ้เลยเกือบทุกประการ แต่ไม่อยากจะฟันธงก็ให้สังเกตตัวเอง และไปปรึกษาแพทย์ได้เลย ซึ่งหลักการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์จะมีประมาณนี้

เช็กประวัติ

สำหรับเบื้องต้นแล้ว แพทย์จะทำการสอบถามประวัติการแพ้ของเราก่อนเลยครับ เพื่อที่เค้าจะได้สามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมเบื้องต้นด้วยว่า ถิ่นที่อยู่อาศัยของเรามีอะไรที่เป็นปัจจัยในการเกิดโรคภูมิแพ้หรือไม่

รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในอดีตด้วย หรือใครมีญาติใกล้ชิดที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ก็อย่าลืมแจ้งหมอด้วยนะครับ

ตรวจร่างกาย

การตรวจร่างกายนี้จะตรวจเพื่อหาอาการที่บ่งชี้ถึงโรคภูมิแพ้ ซึงจะตรวจในส่วนที่จะแสดงอาการได้ชัดเจนมากที่สุด เช่น ตา จมูก ลำคอ ช่วงอก ผิวหนัง ซึ่งในบางคนเองก็อาจจะต้องตรวจการทำงานของปอดร่วมด้วยถึงจะมั่นใจได้ว่าเป็นภูมิแพ้จริงหรือไม่

ตรวจเลือด

ถึงแม้การทดสอบผิวหนังจะให้ผลการตรวจที่แม่นยำกว่าการตรวจเลือด แต่สำหรับผู้ป่วยเด็กแล้วคุณหมอเค้าจะมักไม่ได้ความร่วมมือในการทดสอบเท่าไหร่ เพราะเด็กจะดิ้นไม่หยุด ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะตรวจสอบเลือด เพราะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเหมือนกัน

โรคภูมิแพ้รักษายังไงให้หายป่วย

รักษาโรคภูมิแพ้

สำหรับใครที่วินิจฉัยเรียบร้อยแล้วแจ็คพอตเป็นโรคภูมิแพ้ ก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะเราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แค่เพียงปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเท่านั้นก็สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างง่ายดายแล้ว จำไว้นะว่ามี 3 ข้อคือ

1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

ข้อแรกเนี่ยสำคัญที่สุดแล้วล่ะครับ ถ้าเรารู้ว่าต้นตอภูมิแพ้ของเราเกิดจากอะไร เราก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้นต่อร่างกาย เช่น แพ้กุ้ง ก็ห้ามทานกุ้ง แพ้ฝุ่น ก็ให้จัดการทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อย

2. เขียนบันทึก

การจดบันทึกประจำวันว่ากิจกรรมในแต่ละวันเราทำอะไรบ้าง กินอะไรไป แล้วมีอาการยังไงตามมา ก็จะช่วยให้เราเข้าใจโรคภูมิแพ้ของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น และรู้ว่าลิมิตในการทำสิ่งต่าง ๆ ของเราอยู่ที่เท่าไหน เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม

3. ใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์

นอกจากการกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอแล้ว อีกหนึ่งวิธีดี ๆ ที่จะช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ได้ก็คือ ล้างจมูกด้วยน้ำเหลือ และบริหารยาพ่นผ่านทางจมูกไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะช่วยให้ภูมิแพ้เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด และใช้ชีวิตได้ไม่มีติดขัดอีกต่อไป

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้

วิธีป้องกันภูมิแพ้

เรื่องโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของตัวเราเอง ดังนั้นถ้าอยากจะให้สุขภาพดีแบบไม่มีภูมิแพ้เข้ามายุ่งย่ามกับชีวิตตั้งแต่แรก ก็ต้องเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการดูแลตัวเองให้แข็งแรงเสมอ

เริ่มต้นง่าย ๆ จากการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ก่อนเลยครับ แล้วหลีกเลี่ยงการทานอาหารพวกแป้ง และไขมันไว้ด้วยล่ะ เพราะถ้ากินมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคอ้วน ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลง และนำไปสู่โรคภูมิแพ้ได้นั่นเอง

นอกจากนั้นแล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะออกกำลังกายเป็นประจำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วยนะครับ อย่างน้อย ๆ 4 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก เข้านอนเป็นเวลาวันละ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้นมากแล้วล่ะครับ

สุดท้ายแล้วโรคภูมิแพ้จะมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น ดังนั้นดูแลตัวเองให้ดี ๆ และไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบและกระตุ้นภูมิแพ้ให้เกิดขึ้น

หรือง่ายกว่านั้นแค่ทาน อาหารเสริมถังเช่า ก็เป็นอีกวิธีการที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะแก้อาการภูมิแพ้แล้ว ยังช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย ถ้าสนใจอยากลองหรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม เราได้แนบ Link ไว้ด้านล่างนี้แล้วลองกดเข้าไปดูกันนะครับ เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ภูมิแพ้ ถามหาน้อยลงจนคุณอาจลืมไปเลยว่าเคยมีมันในชีวิต!

OMG Cordy-1
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถังเช่าทิเบตแท้

  • มีส่วนช่วยเรื่องอาการภูมิแพ้
  • มีส่วนช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน
  • ปริมาณถังเช่าสูงถึง 850 มิลลิกรัม / แคปซูล
  • สินค้าผ่านการขึ้นทะเบียน อย. : 11-1-18157-5-0006